วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Episode - I ยินดีต้อนรับ... สมาชิกใหม่

สวัสดี... ยามบ่ายสหายเลิฟ
ไม่ได้เขียนถึงแกพักใหญ่เลย เพราะ... ชีวิตชั้นกำลังจะเปลี่ยนไป...
ชั้นมีเรื่องอะไรจะเล่าให้แกฟัง ไม่ใช่เรื่องของใครเค้าหรอก แต่เป็นเรื่องของบ้านชั้นเอง... ชั้นไม่รู้และไม่แน่ใจหรอกว่า... มันจะสร้างความรำคาญหรือความสุขให้กับชั้นกันแน่... แต่ที่แน่ๆ ชีวิตของชั้นกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไม่ ตอนนี้ชั้นก็ดีใจเพราะอย่างน้อยมันก็เปลี่ยนไป ไม่ซ้ำซากเหมือนอย่างเดิม ไอ้สิ่งที่ชั้นกำลังพูดถึง ตอนนี้กำลังป่วนบ้านชั้นอย่างหนัก จะอะไรเสียอีกเล่าก็ “เจ้าเหมียว” สัตว์เลี้ยงแสนเลิฟ (หรือเปล่าหว่า)... ของชั้นยังไงเล่า...
(อ้อ... ยังไงเสียชั้นคงจะเขียนมาเรื่อยๆ จะอ่านหรือไม่ชั้นไม่รู้หรอก รู้แต่เพียงว่าชั้นได้เขียน... ชั้นก็สบายใจแล้ว... แฮะ แฮะ แฮะ อย่าทำหน้าเบื่อโลกอย่างนั้นสิแก...)
เริ่มละนะ...

Episode – I “ยินดีต้อนรับสามชิกใหม่

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ชั้นได้ไปรับแมวจากพี่ที่ทำงานของแฟนชั้น... พี่คนนี้ที่บ้านแกเลี้ยงแมวไว้เยอะมาก... ชั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเลี้ยงมันไว้ขนาดนั้น เสียเงินเสียเวลาเปล่าๆ มันก็แค่สัตว์เลี้ยง... เท่านั้นเอง
ชั้นเคยเห็นพี่ชายชั้น... เค้าเป็นทนายความ ที่บ้านเค้ามีหมา 3 ตัว และเป็นที่น่ารำคาญมาก... เวลาบ้านชั้นนัดกินข้าวรวมญาติกัน เค้าก็จะเอา 3 ตัวนี้ไปด้วย...
พระเจ้า..!!! มันทั้งฉี่ทุกมุม ทุกจุด ทั้งเห่าเสียงดัง...ข้อสำคัญ มันยังกัดกันเองตลอดเวลา ทำให้พี่น้องคนอื่นๆ ส่ายหัวกับความรำคาญ...
ชั้นเลยนึกในใจ “ชาตินี้ไม่ขอมีสัตว์เลี้ยง”
แต่ที่มาของเรื่องนี้ ก็คือ... แฟนชั้นนะสิ ดันไปแอบขอเค้าไว้ตั้งแต่มันเริ่มคลอด... แล้วก็เก็บเงียบไว้จนเวลาล่วงมาเกือบสองเดือน...
และแล้วเรื่องก็แดงขึ้น…!!!
เมื่อวันหยุดวันหนึ่งอยู่ๆ แฟนชั้นก็ตื่นซะเช้าตรู่ ทำอาหารเช้ารอชั้นตื่น... มาแปลกมาก ธรรมดาในวันหยุด... เธอมันจะตื่นหลังจากชั้นขัดห้องน้ำ (งานชิ้นสุดท้ายของวันหยุด)
ชั้นดีใจมากเพราะคิดว่าเจ้าหล่อนคงปรับตัวได้แล้วกับการตื่นเช้าๆ ในวันหยุดมาทำโน่น ทำนี่ ดีกว่าปล่อยเวลาไปกับการหลับใหล... (เอ...!!! หรือว่าใครๆ เค้าก็ทำกันแบบนี้ ตื่นสายๆ สบายๆ ไม่ต้องทำอะไรในวันหยุด... งั้นชั้นก็แก่แล้วละสิ... อ๊ากกกกกกก)
แล้วเจ้าหล่อนก็ชวนชั้นไป Super Store “พี่... ตั้งแต่เกิดมาเค้าไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงเลย” มานั่นเลย ตอนเด็กๆ พ่อกับแม่ก็ไม่ยอมให้เลี้ยง เค้าอยากเลี้ยงอะ... เลยขอลูกแมวจากพี่ที่ทำงานไว้

มาเนียนเลย... ชั้นก็เลยบอกไปว่า อยากทำอะไรก็ทำ...
แต่ปัญหาคือการเลี้ยงสัตว์ ถ้าเราไม่มีเวลาให้มัน... ก็ทรมานมันไปเปล่าๆ มันไม่ใช่สิ่งของที่มีไว้เวลาคุณเหงานะ... มันมีชีวิต... และข้อสำคัญคือมันดูแลยากมาก ยิ่งเป็นแมวเหมียวยิงแล้วใหญ่... เห็นมานักต่อนักแล้ว ขังสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้านบ้าง ในห้องบ้าง ปล่อยให้มันอยู่ลำพัง เจ้าของออกจากบ้านแต่เช้ากลับมาบางทีก็ค่ำมืดดึกดื่น สัตว์เลี้ยงเครียดจะตาย... แล้วอีกอย่างมันจะต้องอยู่กับเราไปตลอดชีวิต... จะดีจะเลวก็ต้องอยู่ด้วยกัน ทิ้งขว้างได้ไง...
ข้อสำคัญคือชั้นไม่ค่อยได้อยู่บ้าน มีงานทีชั้นก็หายไปที... เป็นอาทิตย์ บางครั้งหายไปเสียเกือบเดือน แล้วเจ้าหล่อนก็ทำงานประจำ ออกจ่าบ้านตอนเช้า... กลับมาอีกทีก็สองสามทุ่ม กลับมาทีไรก็สลบไสลกลับมาเลย แล้วจะมีเวลาดูแลมันยังไง
อย่างนี้แมวเหงาตายเลย... ชั้นพยายามอธิบายให้เค้าเข้าใจ... แต่ถึงจะเลี้ยงก็ไม่ว่าเค้าหรอกบางทีอาจจะทำให้เค้าไม่เหงาเวลาชั้นไปทำงานต่างจังหวัดก็ได้...
“พี่ไม่ต้องกังวลหรอก แมวบ้านพี่คนนี้ถูกสอนมาแล้วเรื่องการกินอยู่... การเข้าห้องน้ำ มันจะไม่เรี่ยราดหรอก แล้วถ้าพี่กลัวมันจะเหงาอะนะ... หายห่วง เพราะพี่เค้าให้มาสองตัว เค้าไม่ยอมให้ตัวเดียวเพราะกลัวมันจะเหงา” คิดเอง ตอบเอง เออเอง...เสร็จ... เอง
และแล้วเจ้าแมวสีขาวส้ม เพศเมีย... และสีดำล้วน เพศผู้ก็ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่บ้านเราซะงั้น
พินิจพิจารณาอย่างถ้วนถี่ ก็เห็นดีเห็นงามด้วย (จำต้องละนะ) ... แต่...!!! มีเงื่อนไข เราบอกว่าเราไม่ดูแลนะ ไม่ว่าจะเป็นการหาอาหาร ให้อาหาร เก็บอุจจาระ ปัสสาวะ Everything ทุกสิ่งอย่าง เราไม่ขอรับผิดชอบ...
ข้อตกลงเป็นอันลงตัวทุกอย่างก็ดำเนินต่อไป...

เออชั้นถ่ายรูปมันไว้ด้วยแหละ เอากล้องจากโทรศัพท์มือถือนั่นแหละ... สะดวกและง่าย
วันแรก... ด้วยว่าทั้งคู่ยังเด็กนัก แล้วอีกอย่างช่วงนั้นชั้นขี้เกียจมากเลยบอกกับแฟนชั้นไปว่าไว้วันหยุดคราวหน้าเราค่อยไปซื้ออุปกรณ์ในการเลี้ยงดูมันก็แล้วกัน... อาหารเม็ดหาซื้อข้างบ้านได้ แต่กล่องใส่ทรายไว้ทำห้องน้ำ... ช่วงนี้สัมผัสธรรมชาติไปก่อน ก็สนามหญ้าข้างบ้านก่อนก็แล้วกัน แล้วชั้นค่อยไปหาขโมยทรายมาให้ภายหลัง
(ชั้นไม่รู้มาก่อนว่า... มันมีทรายสำหรับทำห้องน้ำแมวโดยเฉพาะ... ที่พอมันฉี่หรืออึ ทรายมันก็จะดูซับพวกนี้ไว้เวลาทำความสะอาดก็เอาพลั่วพลาสติกตักไปทิ้งเท่านั้นเอง)
ชั้นเลยไปมองหาทรายสำหรับงานก่อสร้างเพื่อจะเอามาทำห้องน้ำให้มัน... นั่นประไรความคิดแบบชั้น...
พี่เจ้าของแมวบอกว่า มันทั้งคู่เป็นพันธ์ผสมระหว่างเปอร์เซียกับไทย... (เออ... ขนมันนุ่มมากอะแก)
ตอนแรก... เราคุยกันว่าจะตั้งชื่อมันยังไงดี... ชั้นเลยบอกไปว่า ตอนแรกยังไม่ต้องตั้งชื่อมันหรอก เพราะมันยังไม่รู้ภาษา... ไว้เราสังเกตพฤติกรรมมันก่อนแล้วค่อยตั้งชื่อก็แล้วกัน...

หลังจากนั้นอาทิตย์กว่าๆ ไอ้เจ้าตัวดำมันชอบร้องทำเสียงแปลกๆ เวลาเราคลุกข้าวให้มันตอนเย็น มันร้อง ม๊าว... ม๊าว... ม๊าว... เหมือนมันจะบอกว่า หิวข้าว หิวข้าว) ชั้นเลยเรียกมันว่า “โกฮัง” ซึ่งมันเป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า... ข้าว (ชั้นมันพวก Otaku ซีรี่ย์ญี่ปุ่นอยู่แล้ว) ส่วนเจ้าสีส้ม-ขาว ก็เลยต้องตั้งเป็นชื่อญี่ปุ่นด้วย... เลยชื่อ “โมจิ”  ก็ขนมโมจิไงละแก... ในที่สุดชั้นก็มีสมาชิกใหม่ร่วมชายคาเดียวกันอีกสองตัว... เรื่องราวความวุ่นวายของชีวิตชั้นมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง... แก๊ (เสียงสูง)
โมจิ โกฮัง... ยินดีต้อนรับค๊าบ...!!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น