วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

Episode - IV พาโมจิไปทำหมัน [โกฮังด้วย]

เรื่องราวของมือใหม่หัดเลี้ยงแมว... ด้วยความดีใจ  ออกจะตื่นเต้นจึงได้เขียนจดมหายเล่าเรื่องราวของ  "แมวเหมียว... Family"  ไปให้เพื่อนรัก [บังคับ] อ่าน แล้วคุณจะเป็นเพื่อนรักของเราหรือเปล่า...


โมจิเข้าโรงพยาบาล

วันนี้เป็นวันที่เด็กๆ ครบสองเดือนเต็ม... ชั้นเลยจำเป็นต้องพา “โมจิ” ไปทำหมันเสียทีและอีกอย่าง... ก็เพื่อที่จะให้เด็กๆ เลิกกินนมแม่เสียที... เรื่องของเรื่องก็คือ... ชั้นสงสารโมจิมาก เพราะต้องรับภาระหนักมากอยู่คนเดียว... ทั้งต้องเป็นแม่แบกรับภาระเลี้ยงลูกทั้ง 4 และยังต้องคอยหนีเจ้าโกฮังเวลามัน Heat ตอนนี้น้ำหนักของโมจิลดลงเหลือ 3.8 กิโลกรัมเอง... ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้โมจิมีน้ำหนักมากกว่า 4.2 กิโลกรัม
ชั้นเลยต้องพาโมจิไปทำหมันถาวร เพราะตกลงกันไว้ว่า... สรุปชั้นจะเลี้ยงครอบครัวนี้ทั้งหมด นั่นก็หมายถึงชั้นจะมีแมวในบ้านชั้นทั้งหมด 6 ชีวิต... เพราะทุกตัวมันน่ารักไปหมด... แต่ชั้นเคยเข้าไปดูในอินเตอร์เน็ต... พวกชมรมผู้รักแมวอะ เจอมือใหม่หัดเลี้ยง เผลอแป๊ปเดียวมีแมวประมาณเกือบ 20 ตัว ป้องกันไว้เลยดีกว่า


คืนแรก
แล้วชั้นก็พาโมจิไปโรงพยาบาล... มือใหม่หัดเลี้ยงเหมือนกัน หมอ (น่ารักทุกคนเลยแก) บอกว่าต้องอดอาหารหลังเที่ยงคืนเพื่อที่จะผ่าตัดตอนบ่าย... ตอนนี้ต้องตรวจเลือดก่อนว่าสภาพพร้อมเพียงไหน... ไอ้ตรวจเลือดเนี่ยแล้วแต่เรานะถ้าเราไม่ตรวจก็ได้... แต่แหมไม่กี่บาทเองชั้นเลยให้ตรวจ... ผลจะออกมาช่วงเช้าถ้าเลือดไม่มีปัญหาติดเชื้ออะไรบ่ายก็ผ่า... แล้วประมาณ 4-5 โมงเย็น ก็ไปเยี่ยมได้
หมอบอกว่า... หลังผ่าตัดก็เอากลับบ้านไปดูแลเองก็ได้... หรือจะฝากไว้ที่โรงพยาบาลก็ได้... เย็นวันนั้นชั้นเลยต้องจำใจให้โมจิไปนอนโรงพยาบาลเพราะต้องงดอาหาร... ตอนไปส่งที่ห้องพักนะแก... ชั้นให้แฟนชั้นไปส่ง ชั้นไม่กล้าเข้าไป... แกอาจจะว่าชั้นบ้าก็ได้ชั้นกลัวว่าชั้นจะร้องไห้นะสิ... นี่แสดงว่าชั้นเป็นเอามากขึ้นเรื่อยๆ นะเนี่ย แล้วคืนนั้นชั้นก็นอนโดยไม่มีโมจิ (ชั้นบอกแกหรือยังว่าชั้นให้มันนอนกับชั้นเลย) แล้วชั้นก็นอนนับเวลาให้ถึงพรุ่งนี้ให้ไวที่สุด


คืนที่สอง
วันนี้... ชั้นเห็นเจ้าตี่ตี๋มันเข้ามาคลอเคลียโกฮังทั้งนอนเกลือกกลิ้งไปมาหน้าซุกท้อง (สงสัยจะหานมแม่กิน) โกฮังธรรมดาจะเดินหนีเพราะเป็นแมวขี้รำคาญแต่วันนี้มันกลับเลียขนให้เด็กๆ น่าเอ็นดูเชียว
สักครู่สามพี่น้องก็ตามมาเล่นกันใกล้ๆ โกฮัง... สุดท้ายมันก็เดินหนีเพราะทนความวุ่นวายจากเด็กๆไม่ได้ (ในขณะที่ชั้นกำลังเขียนถึงแก... เจ้าส้มฉุนก็กำลังนอนกลิ้งไป กลิ้งมาข้างเบาะรองนั่งของชั้น แล้วยังมาแทะนิ้วเท้าและขาของชั้นแทบจะทนไม่ได้อยู่แล้ว)
วันนี้เด็กๆ กินข้าวเยอะมากเป็นครั้งแรกที่ชั้นเคยเจอตั้งแต่เกิดมาได้ 2 เดือน สงสัยน้องแมวจะหิวเพราะว่าวันนี้ไม่มีนมแม่ให้กินและไม่มีอกแม่ให้ซุก เจ้าตี่ตี๋ขึ้นมานอนบนเตียงบนผ้าห่มชั้น ชั้นต้องหรี่แอร์ลงเพราะไม่อยากให้ตี่ตี๋ตื่นเพราะชั้นไม่มีผ้าห่มนะสิ ใช่เรื่องไหมเนี่ย
ช่วงนี้ชั้นคงต้องเอาใจใส่น้องเหมียวเป็นพิเศษ เพราะปรกติมันจะซุกอยู่กับแม่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้แม่ไม่อยู่ ชั้นเลยไม่ออกไปไหน อยู่เฝ้าดูแลเด็กๆ แทนโมจิ
บ่ายวันนี้... ชั้นไปต้องไปเยี่ยมโมจิ เพราะหมอบอกว่าประมาณ 4-5 โมงเย็นก็ไปเยี่ยมได้... เราไปเยี่ยมโมจิกัน มันเหมือนจะดูเขินๆ แปลกๆ ยังไงไม่รู้ พอไปถึงโรงพยาบาลสัตว์ช้นก็บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า มาเยี่ยมโมจิครับ... (ทีคนป่วยบางทีชั้นยังไม่อยากไปเยี่ยมเลย คราวนี้ดันตั้งอกตั้งใจซะงั้น) ไปเจอโมจิอยู่ในกรงมันเพิ่งฟื้นจากยาสลบ เจ้าหน้าที่พยาบาลบอกว่า เรามาเร็วไปเพราะตอนนี้มันจะดูแปลกๆ ทรงตัวไม่ได้... แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะเรื่องนี้ชั้นรู้ดี (ชั้นก็ผ่าตัดบ่อยมากเหมือนกัน) มาถึงกรง... ชั้นเห็นมันโงนเงนอยู่น่าสงสารจริงๆ เลยแก แต่สภาพของโมจิตอนนี้หมอบอกว่าปลอดภัย... ไม่เป็นอะไร ถ้าจะอากลับไปดูแลเองที่บ้านก็ได้... แต่ข้อระวังมันเยอะมากเลยชั้นกลัวว่าจะดูแลมันได้ไม่ดีพอ... ชั้นเลยฝากไว้อีกคืนหนึ่ง

ข้อปฏิบัติกับสัตว์หลังการผ่าตัด (อันนี้หมอให้มาอ่าน)
  1. ถ้าสัตว์ยังอยู่ในสภาวะไม่รู้สึกตัว ให้สัตว์นอนในพื้นที่จำกัด จับนอนราบให้หัวอยู่ในระดับเดียวกับลำตัว และควรดึงให้ลิ้นออกมาจากช่องปาก เพื่อให้สัตว์หายใจได้สะดวก
  2. ในขณะที่สัตว์กำลังฟื้นจากยาสลบสัตว์จะไม่สามารถทรงตัวได้และมีภาวะมึนงง ควรให้ความระมันระวังกับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
  3. สามารถให้น้ำและอาหารในปริมาณทีละน้อยได้เมื่อสัตว์ฟื้นจากสลบ
  4. สัตว์อาจกินอาหารลดลงเล็กน้อย หลังการผ่าตัดแต่จะกลับมาเป็นปรกติ
  5. ควรระมันระวังไม่ให้แผลผ่าตัดเปียกน้ำ หรือถูกสัตว์แทะเลีย สามารถป้องกันได้โดยสวมปลอกคอกันเลียไว้ตลอดเวลา
สรุปคือผ่าตัดเสร็จแล้วมาล้างแผลและตัดไหมในวันที่  7 หลังการผ่า  ขออภัยครับคุณหมอขอฝากอีกวัน

คืนที่สาม
วันนี้ชั้นไปเยี่ยมโมจิอีกตามเคย บ่ายกว่าๆ แล้วหล่ะ วันนี้มันดูดีขึ้นมากมอกหน้าชั้นทำตาแวววาว ออกจะมีแววเศร้าด้วยแฮะ... พยาบาลบอกว่าสุขภาพดีไม่มีปัญหาอะไร... จะเอากลับไปดูแลที่บ้านก็ได้... กลับ... ชั้นพูดได้คำเดียว ชั้นจะเอากลับทันทีทั้งๆ ที่ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยไม่ว่าจะเป็นกรงกันกระโดด หรือปลอกคอ... ชั้นบอกพยาบาลเลย “งั้นผมเอากลับเลยนะครับ” ... ชั้นดีใจมากเพราะจะได้เลิกกังวลกับมันเสียที ลูกๆ และโกฮังคงจะดีใจเมื่อมันเห็นโมจิกลับมา...
และแล้วโมจิก็กลับบ้าน พร้อมกับปลอกคอกันเลีย เท่ห์อย่าบอกใคร... ชั้นเรียกมันว่าลำโพง...แมวใส่ลำโพง  อ้อ...!!! ชั้นลืมบอกแกไปตอนเอาโมจิไปผ่าตัดชั้นเลยไปซื้อกรงไว้สำหรับให้มันมาฟักฟื้นที่บ้าน กันการรบกวนจากเด็กๆ โมจิกลับบ้านแล้ว...
ตอนขับรถพาโมจิกลับบ้านนะแก ชั้นก็กลัวมันจะตกใจเพราะไม่มีตะกร้าใส่เลยเอามันมานอนที่เบาะข้างๆ แล้วก็ทำไงดีหว่า... กลัวมันกระโดดไปมาเดี๋ยวแผลมันปริ... เอางี้ชั้นเลยเอามือเกาหน้ากับคอแล้วก็แหกปากซิ... โม จิ โม จิ โม จิ โม โม โม จิ จิ... เอาเข้าไปร้องเพลงปลอบใจแมว..!!! ในที่สุดโมจิก็ถึงบ้านแล้ว ชั้นเอามันเข้ากรงทันที โมจิมันหลับอยู่พักใหญ่... สงสัยจะยังเพลียไม่หายเพราะว่าตอนผ่าหมอบอกว่าเสียเลือดไปมาก...
หลังจากนั้นได้ไม่ถึงชั่วโมง... ชั้นออกไปซื้อของกลับมา ก็พบว่ากรงของโมจิ ที่มีพรมปูสองชั้น ถาดคู่ให้อาหาร หมอนอิง กระจักกระจายทั้งในกรงและรอบๆ ข้าง... มันตื่นขึ้นมา รื้อของกระจุยกระจาย... (สงสัยไม่เคยถูกขัง) ชั้นเลยต้องปล่อยมันออกมาอยู่ข้างนอกพร้อมกับเด็กๆ
ปรากฏว่าเด็กๆ  และโกฮังไม่คุ้นกลิ่นโมจิ  พอโทจิเดินใกล้ใครพวกมันก็วิ่งหนีบ้าง  ขู่บ้าง  เฮ้ยทำไมเป็นอย่างนี้  มารู้ทีหลังว่ากลิ่นมันเปลี่ยนไปแมวตัวอื่นๆก็เลยไม่คุ้น...แต่ก็ดีไปจะได้ไม่มีตัวไหนไปยุ่งกะแผลของโมจิ... หลังจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเป็นปรกติ  โมจิก็ปลอดภัย เริ่มกลับมาเป็นโมจิขี้อ้อนเหมือนเดิม
ชั้นเล่าเรื่องข้ามไปข้ามมาก็อย่างงนะเพราะชั้นนึกอยากเขียนอะไรตอนไหนก็เขียนมันแบบไม่มีแบบแผน เอาสนุกเข้าว่า  ฉบับนี้แค่นี้ก่อนนะแกชั้นจะไปเป็นบุรุษพยาบาลให้โมจิก่อน... แล้วแกเขียนมาเล่าเรื่อง เจ้าหมูแฮมให้ชั้นฟังบ้างนะ

รัก ร๊ากกกกก รัก... ชั้นเอง

หมายเหตุ  ส่วนเจ้าโกฮัง ชั้นก็เอาไปทำหมันเหมือนกันแต่หลังจากโมจิประมาณเดือนกว่าๆ  หมอเค้าบอกว่าถ้าเป็นผู้ชายเค้าเรียกตอน (หยึ๋ยยยยยย..!!!)  คือ  ตัดท่อทางเดินของน้ำอสุจิออกไปเลย  พอตัดแล้วก็จะทำให้ไข่ค่อยๆ เหี่ยว น่าสงสารนะแกแต่ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน  โถ่โกฮังที่รัก... เสียเชิงชายเสียแล้ว  อ้อราคาค่าทำหมันก็แตกต่างกันนะแก  ทำหมันโมจิแพงหน่อยรวมค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จก็พันกว่าบาท   ส่วนโกฮังถูกหน่อย  500-700  บาทแล้วแต่น้ำหนัก  เจ้าโกฮังมันหนักเกิน  5  กิโลกรัม เลยราคาแพงหน่อยคือ  700  บาท  แต่ทำแล้วกลับบ้านเลย  ไม่ได้ต้องระวังอะไรมากมาย...

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

Episode - V ตี่ตี๋... [ม๊าว ม๊าว]

“ตี่ตี๋ TieTie  [ม๊าววววว...]

มาอีกแล้วแกเอ้ย... เรื่องน่าปวดหัวของแก  แต่เป็นเรื่องสนุกสำหรับฉัน  แมวเหมียว  Family  ตอนต่อมา  Episode 3  ตอนนี้ให้ชื่อว่า  “ตี่ตี๋ TieTie  [ม๊าววววว...]

Maew..!!!  Maew…!!!  หนึ่งในสี่เต่าเธอ... สี่แมวทอง  เฮ้ยแมวซน..+++
สมาชิกหนึ่งในสี่พี่น้องของตระกูล  โมจิและโกฮัง

“ตี่ตี๋..”  .ที่มันมีชื่อแบบนี้เพราะว่าหน้ามันตี๋มากมาก... ประมาณว่าแมวตาชั้นเดียว นิสัยแปลกๆ ชอบที่จะมาออเซาะ “พ่อโกฮัง”  ตลอด  ตอนนี้ตี่ตี๋อายุได้ขวบกว่าแล้ว  เวลานอนเจ้าตี่ตี๋ก็จะมาถูๆ  ไถๆ   แบบว่าเอาหลังไถพ่อบ้าง  เอาตัวเข้าไปมุด  ไปคลุก  ม้วนไปม้วนมาบ้าง  โดยไม่ดูตาม้าตาเรือเลยว่าพ่อมันจะรำคาญขนาดไหน... นานๆ ทีทนไม่ไหวก็ตบไปทีนึง แต่ส่วนมากพ่อมันมักจะเดินหนีมากกว่า  อีกอย่างนึงนะแก  เวลามันนอน  ถ้าไม่ได้นอนซุกกับใครมันจะนอนละเมอแบบว่า  ฝันร้ายแข้งขากระตุกแบบอย่างแรง  สงสัยชั้นว่ามีฝันถึงผีสางหรืออะไรก็แล้วแต่  แถมยังครางฮือ ฮือ อีกต่างหาก
ไอ้เจ้าตี่ตี๋นี่มันมีอีกชื่อนึง  ตอนนี้ชั้นเรียกมันว่า  ม๊าว  เพราะมันจะร้อง  ม๊าว  ม๊าว  แทนที่จะ เมี๊ยว  เมี๊ยว  แล้วมันเป็นเด็กกรุงเทพฯมาก  คือตอนเช้าชั้นจะพาแมวทั้งมวลไปอยู่ที่กรงนอกบ้าน  (ชั้นทำกรงใหญ่ๆ  ไว้ข้างบ้าน)  ให้สูดอากาศบริสุทธิ์  มีสนามหญ้าที่เขียวบ้างไม่เขียวบ้าง  ปรากฏว่า  ไอ้เจ้าตี่ตี๋มันจะไม่ชอบลงมากับเค้า  มันจะอยู่แต่ในห้องนอน  มองคนเดินไปมาจากทางระเบียงชั้นสองหน้าบ้าน... แล้วไอ้อาหารสดที่ชั้นคลุกข้าวกับเนื้อปลาให้กินทุกมื้อเย็นนี่  มันไม่กินซะงั้น  จะเอาอาหารเม็ด  จะเอาอาหารเม็ด  ว่างั้น  แล้วมันกินอาหารเม็ดมากจนลงพุงอะแก... แมวลงพุงชั้นอยากจะหัวเราะ  ทำให้ชั้นนึกถึงเด็กสมัยนี้  ที่รูปร่างจ้ำม่ำ  อวบๆ  อ้วนๆ  เพราะผู้ปกครองปล่อยให้กินอาหารขยะเยอะเกินไป  (เอ๊ะ... นี่ชั้นกำลังด่าตัวเองอยู่ใช่มั๊ยหว่า..? )

ด้วยความที่มันลงพุง  พุงย้วย  น้ำหนักมากเกินขนาด  จึงทำให้มันไม่มีโอกาสกระโดดขึ้นไปนอนบนชั้นหนังสือ  นอกจากชั้นจะอุ้มมันขึ้นไป  ประมาณว่าขี้เกียจกระโดดว่างั้นเหอะ  แล้วเวลากินอาหารนะครับ  ไม่ต้องห่วง  ขอชั้นก่อนถ้าใครมากินก่อนนะมันจะเอามือเขี่ยกระบะอาหารดึงเข้ามาแล้วกิน กิน กิน  จนอิ่มก่อนคนอื่นถึงจะได้กิน
ชั้นเป็นห่วงมันมากกว่าเพื่อน... เพราะมันคงรู้สึกว่าเป็นเด็กตลอด  ลูกแหง่...ว่างั้น มองหาพ่อหน้าตาตื่น ร้อง  ม๊าว  ม๊าว...
เป็นห่วงมากจนคิดว่าถ้ามันไปอยู่กับคนอื่นเค้าอาจจะไม่เข้าใจมัน... มันคงหวาดกลัวที่จะอยู่คนเดียว  นอนฝันร้าย  วุ๊ยสารพัด เลยสรุปว่า เจ้าม๊าว หรือตี่ตี๋  ไม่สมควรไปอยู่กับคนอื่น  แกสังเกตมันมั๊ยว่ามันเหมือนแม่มาก  ทั้งสีทั้งหน้าตา  เพียงแต่แม่หน้าหวานมากส่วนมันหน้าตี๋ตาชั้นเดียว  เห็นทีไรขำทุกที...

อ้อ... ลืมบอกไป  แฟนชั้นกับเจ้า  ม๊าว  เนี่ยนะเป็นอริกันในตอนเช้า  เพราะว่ามันจะมาเอามือข่วนผ้าห่มตรงปลายเท้าแฟนชั้นทุกเช้า  ไม่รู้มันจะบอกอะไร  ถ้าแฟนชั้นไม่ตื่นนะแกมันจะข่วนจนได้แผลเลยหล่ะ  ชั้นละสะใจ  เพราะแฟนชั้นมันยอดมนุษย์ตื่นสายเลย สมน้ำหน้าและขอบคุณม๊าวที่รัก  ว๊าก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...
ฉบับนี้ขอจรลีไปแค่นี้ก่อน... แล้วชั้นจะเขียนมาหาแกอีกนะ
รัก... แต่ไม่ฉบับสุดท้าย



อ้อ... ชั้นไปอ่านเจอมาเค้าเปรียบเทียบอายุของแมวกับอายุของคนไว้  ชั้นเลยเอามาให้แกอ่านเล่นๆ เป็นศิริมงคล


อายุแมว – อายุคน
- แมวอายุ 1 เดือน เท่ากับคนอายุ 5 เดือน

            - แมวอายุ 2 เดือน เท่ากับคนอายุ 10 เดือน

            - แมวอายุ 3 เดือน เท่ากับคนอายุ 2-3 ปี

            - แมวอายุ 6 เดือน เท่ากับคนอายุ 14 ปี

            - แมวอายุ 8 เดือน เท่ากับคนอายุ 16 ปี

            - แมวอายุ 1 ปี เท่ากับคนอายุ 18 ปี

            - แมวอายุ 3 ปี เท่ากับคนอายุ 30 ปี

            - แมวอายุ 5 ปี เท่ากับคนอายุ 40 ปี
            - แมวอายุ 10 ปี เท่ากับคนอายุ 60 ปี

            - แมวอายุ 15 ปี เท่ากับคนอายุ 74 ปี

อายุเฉลี่ยแมว 10 ปีส่วนอายุเฉลี่ยคน 60 ปี  แสดงว่าชั้นมีสิทธิ์เลี้ยงเจ้าพวกนี้ได้รุ่นเดียวเท่านั้น  เพราะถ้าจะเลี้ยงรุ่นต่อไป  ชั้นกลัวว่าจะตายก่อนแมว  แล้วใครจะดูแลมัน...

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Episode - I ยินดีต้อนรับ... สมาชิกใหม่

สวัสดี... ยามบ่ายสหายเลิฟ
ไม่ได้เขียนถึงแกพักใหญ่เลย เพราะ... ชีวิตชั้นกำลังจะเปลี่ยนไป...
ชั้นมีเรื่องอะไรจะเล่าให้แกฟัง ไม่ใช่เรื่องของใครเค้าหรอก แต่เป็นเรื่องของบ้านชั้นเอง... ชั้นไม่รู้และไม่แน่ใจหรอกว่า... มันจะสร้างความรำคาญหรือความสุขให้กับชั้นกันแน่... แต่ที่แน่ๆ ชีวิตของชั้นกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไม่ ตอนนี้ชั้นก็ดีใจเพราะอย่างน้อยมันก็เปลี่ยนไป ไม่ซ้ำซากเหมือนอย่างเดิม ไอ้สิ่งที่ชั้นกำลังพูดถึง ตอนนี้กำลังป่วนบ้านชั้นอย่างหนัก จะอะไรเสียอีกเล่าก็ “เจ้าเหมียว” สัตว์เลี้ยงแสนเลิฟ (หรือเปล่าหว่า)... ของชั้นยังไงเล่า...
(อ้อ... ยังไงเสียชั้นคงจะเขียนมาเรื่อยๆ จะอ่านหรือไม่ชั้นไม่รู้หรอก รู้แต่เพียงว่าชั้นได้เขียน... ชั้นก็สบายใจแล้ว... แฮะ แฮะ แฮะ อย่าทำหน้าเบื่อโลกอย่างนั้นสิแก...)
เริ่มละนะ...

Episode – I “ยินดีต้อนรับสามชิกใหม่

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ชั้นได้ไปรับแมวจากพี่ที่ทำงานของแฟนชั้น... พี่คนนี้ที่บ้านแกเลี้ยงแมวไว้เยอะมาก... ชั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเลี้ยงมันไว้ขนาดนั้น เสียเงินเสียเวลาเปล่าๆ มันก็แค่สัตว์เลี้ยง... เท่านั้นเอง
ชั้นเคยเห็นพี่ชายชั้น... เค้าเป็นทนายความ ที่บ้านเค้ามีหมา 3 ตัว และเป็นที่น่ารำคาญมาก... เวลาบ้านชั้นนัดกินข้าวรวมญาติกัน เค้าก็จะเอา 3 ตัวนี้ไปด้วย...
พระเจ้า..!!! มันทั้งฉี่ทุกมุม ทุกจุด ทั้งเห่าเสียงดัง...ข้อสำคัญ มันยังกัดกันเองตลอดเวลา ทำให้พี่น้องคนอื่นๆ ส่ายหัวกับความรำคาญ...
ชั้นเลยนึกในใจ “ชาตินี้ไม่ขอมีสัตว์เลี้ยง”
แต่ที่มาของเรื่องนี้ ก็คือ... แฟนชั้นนะสิ ดันไปแอบขอเค้าไว้ตั้งแต่มันเริ่มคลอด... แล้วก็เก็บเงียบไว้จนเวลาล่วงมาเกือบสองเดือน...
และแล้วเรื่องก็แดงขึ้น…!!!
เมื่อวันหยุดวันหนึ่งอยู่ๆ แฟนชั้นก็ตื่นซะเช้าตรู่ ทำอาหารเช้ารอชั้นตื่น... มาแปลกมาก ธรรมดาในวันหยุด... เธอมันจะตื่นหลังจากชั้นขัดห้องน้ำ (งานชิ้นสุดท้ายของวันหยุด)
ชั้นดีใจมากเพราะคิดว่าเจ้าหล่อนคงปรับตัวได้แล้วกับการตื่นเช้าๆ ในวันหยุดมาทำโน่น ทำนี่ ดีกว่าปล่อยเวลาไปกับการหลับใหล... (เอ...!!! หรือว่าใครๆ เค้าก็ทำกันแบบนี้ ตื่นสายๆ สบายๆ ไม่ต้องทำอะไรในวันหยุด... งั้นชั้นก็แก่แล้วละสิ... อ๊ากกกกกกก)
แล้วเจ้าหล่อนก็ชวนชั้นไป Super Store “พี่... ตั้งแต่เกิดมาเค้าไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงเลย” มานั่นเลย ตอนเด็กๆ พ่อกับแม่ก็ไม่ยอมให้เลี้ยง เค้าอยากเลี้ยงอะ... เลยขอลูกแมวจากพี่ที่ทำงานไว้

มาเนียนเลย... ชั้นก็เลยบอกไปว่า อยากทำอะไรก็ทำ...
แต่ปัญหาคือการเลี้ยงสัตว์ ถ้าเราไม่มีเวลาให้มัน... ก็ทรมานมันไปเปล่าๆ มันไม่ใช่สิ่งของที่มีไว้เวลาคุณเหงานะ... มันมีชีวิต... และข้อสำคัญคือมันดูแลยากมาก ยิ่งเป็นแมวเหมียวยิงแล้วใหญ่... เห็นมานักต่อนักแล้ว ขังสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้านบ้าง ในห้องบ้าง ปล่อยให้มันอยู่ลำพัง เจ้าของออกจากบ้านแต่เช้ากลับมาบางทีก็ค่ำมืดดึกดื่น สัตว์เลี้ยงเครียดจะตาย... แล้วอีกอย่างมันจะต้องอยู่กับเราไปตลอดชีวิต... จะดีจะเลวก็ต้องอยู่ด้วยกัน ทิ้งขว้างได้ไง...
ข้อสำคัญคือชั้นไม่ค่อยได้อยู่บ้าน มีงานทีชั้นก็หายไปที... เป็นอาทิตย์ บางครั้งหายไปเสียเกือบเดือน แล้วเจ้าหล่อนก็ทำงานประจำ ออกจ่าบ้านตอนเช้า... กลับมาอีกทีก็สองสามทุ่ม กลับมาทีไรก็สลบไสลกลับมาเลย แล้วจะมีเวลาดูแลมันยังไง
อย่างนี้แมวเหงาตายเลย... ชั้นพยายามอธิบายให้เค้าเข้าใจ... แต่ถึงจะเลี้ยงก็ไม่ว่าเค้าหรอกบางทีอาจจะทำให้เค้าไม่เหงาเวลาชั้นไปทำงานต่างจังหวัดก็ได้...
“พี่ไม่ต้องกังวลหรอก แมวบ้านพี่คนนี้ถูกสอนมาแล้วเรื่องการกินอยู่... การเข้าห้องน้ำ มันจะไม่เรี่ยราดหรอก แล้วถ้าพี่กลัวมันจะเหงาอะนะ... หายห่วง เพราะพี่เค้าให้มาสองตัว เค้าไม่ยอมให้ตัวเดียวเพราะกลัวมันจะเหงา” คิดเอง ตอบเอง เออเอง...เสร็จ... เอง
และแล้วเจ้าแมวสีขาวส้ม เพศเมีย... และสีดำล้วน เพศผู้ก็ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่บ้านเราซะงั้น
พินิจพิจารณาอย่างถ้วนถี่ ก็เห็นดีเห็นงามด้วย (จำต้องละนะ) ... แต่...!!! มีเงื่อนไข เราบอกว่าเราไม่ดูแลนะ ไม่ว่าจะเป็นการหาอาหาร ให้อาหาร เก็บอุจจาระ ปัสสาวะ Everything ทุกสิ่งอย่าง เราไม่ขอรับผิดชอบ...
ข้อตกลงเป็นอันลงตัวทุกอย่างก็ดำเนินต่อไป...

เออชั้นถ่ายรูปมันไว้ด้วยแหละ เอากล้องจากโทรศัพท์มือถือนั่นแหละ... สะดวกและง่าย
วันแรก... ด้วยว่าทั้งคู่ยังเด็กนัก แล้วอีกอย่างช่วงนั้นชั้นขี้เกียจมากเลยบอกกับแฟนชั้นไปว่าไว้วันหยุดคราวหน้าเราค่อยไปซื้ออุปกรณ์ในการเลี้ยงดูมันก็แล้วกัน... อาหารเม็ดหาซื้อข้างบ้านได้ แต่กล่องใส่ทรายไว้ทำห้องน้ำ... ช่วงนี้สัมผัสธรรมชาติไปก่อน ก็สนามหญ้าข้างบ้านก่อนก็แล้วกัน แล้วชั้นค่อยไปหาขโมยทรายมาให้ภายหลัง
(ชั้นไม่รู้มาก่อนว่า... มันมีทรายสำหรับทำห้องน้ำแมวโดยเฉพาะ... ที่พอมันฉี่หรืออึ ทรายมันก็จะดูซับพวกนี้ไว้เวลาทำความสะอาดก็เอาพลั่วพลาสติกตักไปทิ้งเท่านั้นเอง)
ชั้นเลยไปมองหาทรายสำหรับงานก่อสร้างเพื่อจะเอามาทำห้องน้ำให้มัน... นั่นประไรความคิดแบบชั้น...
พี่เจ้าของแมวบอกว่า มันทั้งคู่เป็นพันธ์ผสมระหว่างเปอร์เซียกับไทย... (เออ... ขนมันนุ่มมากอะแก)
ตอนแรก... เราคุยกันว่าจะตั้งชื่อมันยังไงดี... ชั้นเลยบอกไปว่า ตอนแรกยังไม่ต้องตั้งชื่อมันหรอก เพราะมันยังไม่รู้ภาษา... ไว้เราสังเกตพฤติกรรมมันก่อนแล้วค่อยตั้งชื่อก็แล้วกัน...

หลังจากนั้นอาทิตย์กว่าๆ ไอ้เจ้าตัวดำมันชอบร้องทำเสียงแปลกๆ เวลาเราคลุกข้าวให้มันตอนเย็น มันร้อง ม๊าว... ม๊าว... ม๊าว... เหมือนมันจะบอกว่า หิวข้าว หิวข้าว) ชั้นเลยเรียกมันว่า “โกฮัง” ซึ่งมันเป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า... ข้าว (ชั้นมันพวก Otaku ซีรี่ย์ญี่ปุ่นอยู่แล้ว) ส่วนเจ้าสีส้ม-ขาว ก็เลยต้องตั้งเป็นชื่อญี่ปุ่นด้วย... เลยชื่อ “โมจิ”  ก็ขนมโมจิไงละแก... ในที่สุดชั้นก็มีสมาชิกใหม่ร่วมชายคาเดียวกันอีกสองตัว... เรื่องราวความวุ่นวายของชีวิตชั้นมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง... แก๊ (เสียงสูง)
โมจิ โกฮัง... ยินดีต้อนรับค๊าบ...!!!